สพฐ.แจงเกณฑ์หลักสูตรคูปองพัฒนาครู ดึง’ผู้ทรงคุณวุฒิ-คุรุทายาท’รับรอง ชี้’ผู้จัด-ผอ.ร.ร.’ประเมิน-ติดตามผล

สพฐ.แจงเกณฑ์หลักสูตรคูปองพัฒนาครู ดึง’ผู้ทรงคุณวุฒิ-คุรุทายาท’รับรอง ชี้’ผู้จัด-ผอ.ร.ร.’ประเมิน-ติดตามผล

นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) เปิดเผยถึงกรณีที่มีนักวิชาการวิพากษ์วิจารณ์โครงการคูปองพัฒนาครูของสำนัก งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ว่ามีปัญหามากมายเนื่องจากความเร่งรีบดำเนินการ ว่า โครงการดังกล่าวมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของสถาบันคุรุพัฒนา ซึ่งได้ดำเนินการพิจารณาหลักสูตรไว้เป็นระยะเวลากว่า 2 เดือนก่อนวันที่ 5 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันประกาศใช้หลักเกณฑ์ขอมีและขอเลื่อนวิทยฐานะใหม่ที่เกี่ยวข้องกับ การพัฒนาครูตามหลักสูตรที่สถาบันคุรุพัฒนารับรอง โดยฐานการคัดผู้ทรงคุณวุฒิเป็นครูที่มีประสบการณ์ทางวิชาชีพ ซึ่งได้รับรางวัลจากคุรุสภา และยังมีครูจากโครงการคุรุทายาทที่เป็นทุนของรัฐบาลมาร่วมเป็นคณะกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิรับรองหลักสูตรที่เข้าใจการปฏิบัติงานในพื้นที่เป็นอย่างดี

นาย การุณกล่าวต่อว่า ส่วนเกณฑ์ในการตั้งได้ผ่านการวิเคราะห์จากสภาพปัญหาของการศึกษาในปัจจุบัน รวมทั้งมีการจัดเวิร์กช็อปศึกษาความต้องการจากตัวแทนครู 150 คน ที่ต่างวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งโรงเรียน ต่างขนาด เช่น โรงเรียนทุรกันดาร โรงเรียนศึกษาพิเศษ โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ โรงเรียนขนาดเล็ก โรงเรียนในเมือง ฯลฯ และวิเคราะห์จากโครงการต่างๆ ที่สำนักในส่วนกลางดำเนินการในการอบรมเมื่อวันที่ 3-5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จากนั้นนำข้อพิจารณาบางข้อมาลงเฟซบุ๊กเพื่อหาข้อสรุปจากการเข้ามาลงความเห็น ของครู จึงได้นำข้อมูลทั้งหมดมาทำเป็นเกณฑ์ โดยสรุปคือต้องการให้ครูนำความรู้มาพัฒนาผู้เรียนอย่างแท้จริง


เลขาธิการ กพฐ.กล่าวด้วยว่า การติดตามผลการอบรมจะอยู่ในระบบการรับรองการนำความรู้และความสามารถจาก การอบรมไปใช้ โดยผู้อำนวยการโรงเรียนและผู้จัดอบรมจะต้องร่วมมือกับผู้เข้าอบรมและผู้ บริหารโรงเรียนในการประเมิน แม้ไม่ระบุในหลักสูตรของผู้จัดก็จะต้องร่วมมือกับผู้บริหารโรงเรียนในการ ประเมินและติดตามการอบรม กรณีผู้จัดอบรมมีรายชื่อรับผิดชอบเพียงผู้เดียว ไม่ได้เป็นข้อห้ามในการเสนอหลักสูตร ซึ่งการจัดอบรมภาคสนามจริงเป็นความรับผิดชอบของผู้จัดอบรมที่จะมีวิทยากรให้ เหมาะสมกับเนื้อหาและกิจกรรม กรณีหลักสูตรไม่มีให้เลือกสถานที่ทุกจังหวัด เป็นการพิจารณาหลักสูตรที่สาระการอบรม ไม่ใช่พิจารณาสถานที่อบรมในการรับรองหลักสูตร เชื่อว่าผู้จัดอบรมในหลักสูตรที่ได้รับความนิยมเข้าอบรมจะขยายจุดอบรมตาม ความต้องการของครูต่อไป ซึ่งประเด็นนี้ สพฐ.ยินดีรับข้อเสนอแนะเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป


ขอบคุณที่มาเนื้อหาข่าวจาก มติชนออนไลน์ วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 – 20:53 น.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *